My Calander

วันอังคารที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2555

ท่องเที่ยวประเทศเกาหลี 
 


            ประเทศเกาหลีใต้ ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือ ของทวีปเอเชีย มีเนื้อที่ประมาณ 99,208 ตารางกิโลเมตร เมืองหลวงของเกาหลีใต้ คือ กรุงโซล ประเทศนี้มีชุดประจำชาติ ที่เราๆต่างก็เคยเห็นกันใน หนังเกาหลีใต้ต่างๆเรียกว่า "ชุดฮันบก"
การขอวีซ่า: เกาหลีใต้เป็นอีกประเทศหนึ่งที่นักท่องเที่ยวชาวไทย ไม่ต้องดำเนินการขอวีซ่าและสามารถอยู่ในเกาหลีใต้ได้เป็น เวลานานถึง 90 วัน โดยไม่ต้องขอวีซ่าอีกด้วย
ภาษาที่ใช้: ประชาชนชาวเกาหลีใต้ใช้ภาษาเกาหลีใต้กันในชีวิตประจำวัน แต่ก็มีวัยรุ่นหนุ่มสาวยุคใหม่อยู่เป็นจำนวนมาก ที่สามารถพูดภาษาอังกฤษกับนักท่องเที่ยวได้
ความแตกต่างของเวลา: เวลาที่ประเทศเกาหลีใต้จะเร็วกว่าประเทศไทยประมาณ 2 ชั่วโมงไปถึงที่เกาหลีใต้แล้วอย่าลืมเปลี่ยนเวลาด้วย
สภาพอากาศ: ประเทศเกาหลีใต้อยู่ในเขตอบอุ่นซึ่งมีอยู่ 4 ฤดูกาลใน 1 ปี ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมจนถึงเดือนพฤษภาคม ทำให้ทั่วประเทศเกาหลีใต้บานสะพรั่งไปด้วยดอกไม้ที่สวยงาม ฤดูร้อน (เดือนมิถุนายนถึงเดือนกันยายน) คือฤดูกาลแห่งแสงอาทิตย์ ชาวเกาหลีใต้จะนิยมออกนอกบ้านเพื่อมาพักผ่อนในวันหยุด ฤดูใบไม้ร่วง ระหว่างเดือนกันยายนถึงเดือนพฤศจิกายน ช่วงนี้อากาศจะเริ่มเย็นลงแล้ว ส่วนฤดูหนาว จะอยู่ในช่วงเดือนธันวาคมถึงกลางเดือนมีนาคม อากาศจะหนาวเย็นและมีหิมะตก ฤดูหนาวที่ เกาหลีใต้ ถือว่าเป็นฤดูท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ กิจกรรมสุดฮิตของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเกาหลีใต้ในช่วงฤดูหนาว ก็คือการเล่นสกี อย่างไรก็ตาม อย่าลืมเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทางด้วย
ค่าเงิน และการธนาคาร: สกุลเงินของเกาหลีใต้คือ วอน โดยเหรียญแบ่งออกเป็น 10, 50, 100 และ 500 วอนค่ะ ส่วนธนบัตรมีใบละ 1000, 5000 และ 10000 วอน อัตราแลกเปลี่ยน 1,000 วอน อยู่ที่ประมาณ 37 บาท
การเดินทาง: การเดินทางมาเที่ยวเกาหลีใต้โดยทางเครื่องบิน มีเที่ยวบินของสายการบินนานาชาติหลายสาย เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวเป็นประจำประเทศเกาหลีใต้มีท่าอากาศยานนานาชาติอยู่ 3 แห่งด้วยกัน คือ ท่าอากาศยานนานาชาติคิมโป ใกล้กรุงโซล คิมแฮ ใกล้พูซาน และเชจู บนเกาะเชจู ส่วนท่าเรือเดินสมุทรก็มีหลายแห่งเช่นกัน
สำหรับการเดินทางภายในเกาหลีใต้นั้น ประกอบด้วย ทางอากาศ: ประเทศเกาหลีใต้มีสายการบินภายในประเทศ ที่บริการบินเชื่อมโยงระหว่างเมืองใหญ่ๆ ทางบก: การโดยสารรถแท็กซี่ภายในเมืองต่างๆ นับว่าสะดวกสบายทีเดียว เพราะมีรถแท็กซี่เป็นจำนวนมากและราคาก็ไม่แพงมากด้วย ซึ่งรถแท็กซี่เหล่านี้ จะคิดราคาโดยใช้ระบบมิเตอร์เหมือนที่บ้านเราเลย การเดินทางโดยรถเช่า ก็สามารถทำได้ หรือจะเป็นรถทัวร์ ก็มีเครือข่ายกระจายอยู่ทั่วทุกภาคของเกาหลีใต้อีกด้วย ส่วนการคมนาคมขนส่งทางรถไฟ: ในแต่ละเมือง จะมีบริการไปยังสถานีต่างๆเชื่อมโยงถึงกันเกือบทุกส่วนของประเทศ อย่างไรก็ตาม ตารางการเดินรถและตารางเวลาของ รถไฟ และ รถทัวร์ จะถูกแสดงเป็นภาษาเกาหลีใต้เพียงภาษาเดียว จึงถือเป็นปัญหาสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ใครไปเที่ยวเองโดยไม่ได้ไปกับทัวร์คงต้องหาคนแถวนั้นถามดู
ข้อแนะนำพิเศษ: การเดินทางภายในประเทศโดยใช้เครื่องบิน จะต้องเสียภาษีสนามบินภายในประเทศ 3000 วอน โดยการชำระที่เคาน์เตอร์เช็คอินของสายการบินแต่เด็กที่มีอายุต่ำกว่า 2 ปี จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีสนามบิน ในส่วนของการให้ทิป ที่ประเทศเกาหลีใต้ ไม่มีธรรมเนียมปฏิบัติว่าจะต้องให้ทิป นอกเสียจากว่าจะได้รับบริการพิเศษ เช่น ขนกระเป๋า บริการจากคนขับรถ บริการจากไกด์ท้องถิ่น เป็นต้น
อาหารท้องถิ่น: อาหารในประเทศเกาหลีใต้มีความแปลกตา และแตกต่าง จากอาหารของประเทศอื่น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศ ที่แตกต่างจากประเทศในแถบเอเชียด้วยกัน อาหารส่วนใหญ่จึงเน้น เพื่อสุขภาพและบำรุงร่ายกาย โดยอาหารมักออกรสชาติจืด ไปซักหน่อย แต่ก็มีเครื่องเคียงต่างๆ เพื่อเป็นการเพิ่มรสชาติ อาหารที่รู้จักกันดีของเกาหลีใต้ คือ คิมซี หรือผักดองนั่นเอง ซึ่งมีหน้าตาที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับประเภทของผักและกรรมวิธีการทำ  อาหารที่ขึ้นชื่ออีกชนิดคือ บุลโกกิก หรือที่เรารู้จักกันในชื่อของ หมูย่างเกาหลีใต้ จะมีรสชาติออกหวาน จึงเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว จำนวนไม่น้อยท่านสามารถลองหาทานอาหารรสเลิศเหล่านี้ได้ตาม ร้านอาหารทั่วไป หรือ ภัตตาคารภายในที่พักในเกาหลีใต้ของท่าน

แหล่งช้อปปิ้ง: การจับจ่ายซื้อสินค้าในเกาหลีใต้นั้น สินค้าที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว คือสินค้าพื้นเมืองทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อผ้า เนคไท ผ้าพันคอ กระเป๋า เครื่องหนัง โสมเกาหลีใต้ และของที่ระลึกต่างๆ แต่ถ้าต้องการซื้อสินค้านานาชนิดจากทั่วทุกมุมโลก นักท่องเที่ยวก็สามารถหาซื้อได้ที่ร้านค้าปลอดภาษี หรือห้างสรรพสินค้า

แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

พระราชวังเคียงบกกุง ( Gyeongbokgung Palace) สุดปลายทางด้านเหนือของ ถนนเซจองโนของกรุงโซล เราจะเห็น พระราชวังเคียงบกกุ ตั้งโดดเด่นเป็นสง่า นี่คือ พระราชวังเคียงบกกุ พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านพระราชวังเคียงบ๊อกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.1394 สมัยราชวงศ์โซซอน เป็นศูนย์ บัญชาการและที่ประทับของกษัตริย์เมื่อสมัย 600ปี ก่อนเยี่ยมชมท้องพระโรง พลับพลากลางน้ำ ภายในพระราชวังมี พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านที่จำลองชีวิตความเป็นอยู่ตลอดจนศิลปวัฒนธรรมของชนชาติ เกาหลีในอดีต ตลอดจนผ่านชม ทำเนียบและบ้านประธานาธิบดีคนปัจจุบัน 

พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านแห่งชาติเกาหลี (National Folk Museum of Korea) ตั้งอยู่ด้านหลังของพระราชวังเคียงบก ซื้อบัตรเพียงครั้งเดียวสามารถเข้าชมได้ทั้ง 2 แห่ง ภายในจัดแสดงวิถีการดำเนินชีวิตของคนเกาหลีในสมัยโบราณตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์จนถึงสมัยราชวงศ์โชชอน แสดงเครื่องมือในการประกอบอาชีพ เครื่องแต่งกาย การประกอบอาหาร โดยเฉพาะการทำกิมจิ ที่ถือว่าเกาหลีเป็นต้นตำหรับที่แท้จริง

อนุสรณ์สถานแห่งสงครามเกาหลี (War Memorial of Korea)  ชนชาติเกาหลี จำต้องเข้าร่วมสงครามหลายครั้ง เพื่อป้องกันการรุกรานจากทั้งโซเวียต  จีน และญี่ปุ่น  รวมทั้งสงครามที่เจ็บปวดที่สุดที่ชนในชาติ ต้องมาสู้รบทำลายกัน เพียงเพราะผู้นำมีอุดมการณ์ทางการเมืองที่แตกต่างกัน หลังสงครามสิ้นสุดลง อาวุธยุทโธปกรณ์ที่ใช้ในสงคราม จึงได้ถูกนำมารวมไว้ที่นี่  เพื่อเป็นอนุสรณ์เตือนใจให้เห็นพิษภัยและความเจ็บปวดของสงคราม และเป็นอนุสรณ์ให้ทหารจากสหประชาชาติ ที่ส่งมาจากหลายประเทศที่พลีชีพในสงครามเกาหลี

วัดโชเกชา (jogyesa) วัดสำคัญในทางพระพุทธ ศาสนาแห่งเดียวที่ตั้งอยู่กลางใจกรุงโซล  สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1910 ถ้ามาเที่ยวในช่วงวันประสูติของพระพุทธเจ้า (วันวิสาขบูชา) พุทธศาสนิกชนก็พร้อมจะพร้อมใจกันนำโคมไฟมาแขวนไว้กันจนเต็มบริเวณวัด และมีขบวนแห่โคมไฟรูปดอกบัว ตั้งต้นขบวนกันที่สนามกีฬาทงแดมุน ผ่านหอคอยชงโน มาสิ้นสุดที่วัดโชเกชาพร้อมจัดงานฉลองทั้งวันทั้งคืน ทั่วบริเวณวัดมีสีสันสวยงามจากโคมไฟที่ถูกจุดเพื่อเป็นพุทธบูชาสว่างไสวไปตลอดคืน

หมู่บ้านวัฒนธรรมนัมซานกลฮันอก  (Namsangol  Hanok  Village)  หมู่บ้านนัมซานกลฮันอก  เป็นหมู่บ้านที่จำลองขึ้น  โดยได้รื้อถอนเอาบ้านเรือนสมัยโบราณยุคราชวงศ์โชชอน  จากที่ต่าง ๆ รอบกรุงโซล มาประกอบใหม่เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้ชมเป็นการเฉพาะ จึงมีบ้านโบราณจำนวนหลายหลังอยู่ที่นี่  พร้อมการจัดฉากแสดงการดำเนินชีวิตแบบพื้นเมืองดั้งเดิมของผู้คนให้ชมอีกด้วย

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเกาหลี  (National  Museum  of  Korea)  เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ ๆ เปิดให้เข้าชมเมื่อปลายปี ค.ศ.2005  ที่ผานมานี่เอง  ตั้งอยู่ในเขตยงซาน ตัวอาคารพิพิธภัณฑ์ใหญ่โตโอ่อา มีความยาวถึง 400 เมตร สูง 3 ชั้น รวบรวมผลงานและศิลปวัตถุของชาติไว้กว่า 11,000 ชิ้น

วัดพงอึนชา  (Bongeunsa)  เป็นอีกหนึ่งวัดพุทธที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองท่ามกลางตึกสูงของเขตคังนัม ย่านที่ทันสมัยที่สุดของกรุงโซล อยู่ใกล้ ๆ ตึก World Trade Center และ COEX Mall  วัดนี้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.794 สมัยกษัตริย์วอนซองแห่งราชวงศ์ชิลล่า ที่พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสุดขีดในเกาหลี และหลุดรอดจากการทำงายมาได้จนถึงทุกวันนี้ ถึงแม้สิ่งก่อสร้างส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นมาใหม่แทนของเก่า ที่ถูกทำลายในช่วงสงครามเกาหลี ในช่วงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา

http://choktaweetour.com/index_info.php?ID=36



เที่ยวประเทศญี่ปุ่น


 


ญี่ปุ่น นิฮง - หมายถึงถิ่นกำเนิดของดวงอาทิตย์ เป็นประเทศหมู่เกาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ตั้งอยู่ในมหาสมุทรแปซิฟิก ทางตะวันตกติดกับคาบสมุทรเกาหลี และสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีทะเลญี่ปุ่นกั้น ส่วนทางทิศเหนือ ติดกับประเทศรัสเซีย มีทะเลโอฮอส์ค เป็นเส้นแบ่งแดน ด้วยญี่ปุ่นมีเนื้อที่กว่า 377,873 ตารางกิโลเมตร ญี่ปุ่นจึงเป็นประเทศที่ใหญ่เป็นขนาดอันดับที่ 62 ของโลก และประกอบไปด้วยเกาะน้อยใหญ่กว่า 3,000 เกาะ เกาะที่ใหญ่ที่สุดก็คือเกาะฮอนชู ฮอกไกโด คิวชู และ ชิโกกุ ตามลำดับ เกาะของญี่ปุ่นส่วนมากจะเป็นหมู่เกาะภูเขา ซึ่งในนั้นมีจำนวนหนึ่งเป็นภูเขาไฟ เช่นภูเขาไฟฟูจิ ภูเขาที่สูงที่สุดในประเทศ เป็นต้น ประชากรของญี่ปุ่นนั้นมีมากเป็นอันดับที่ 10 ของโลก คือมากกว่า 128 ล้านคน ก่อนหน้าที่ญี่ปุ่นจะมีความสัมพันธ์กับจีน ก็ได้เรียกตัวเองว่า ยะมะโตะ ส่วน วา เป็นชื่อที่ชาวจีนยุคแรกใช้เรียกญี่ปุ่นในช่วงยุคสามก๊ก ประเทศญี่ปุ่นมีเมืองหลวงคือโตเกียว ทั้งประเทศประกอบด้วยเกาะจำนวนมาก โดยมีเกาะใหญ่ ๆ จากทางเหนือไปทางใต้คือ ฮอกไกโด ฮอนชู (เป็นเกาะที่ใหญ่ที่สุด) ชิโกกุ และ คิวชูด้วยการที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นกลุ่มเกาะจึงทำให้ภูมิประเทศติดกับทะเล ไม่ติดกับประเทศใดเลย พื้นที่ส่วนใหญ่ของประเทศญี่ปุ่นเป็นภูเขา ซึ่งเป็นพื้นที่กว่า 70เปอร์เซ็นต์ของประเทศ และไม่สามารถอาศัยหรือทำการเพาะปลูกได้ นอกจากนั้นญี่ปุ่นยังต้องเผชิญกับปัญหาแผ่นดินไหวมากกว่าทุกๆ ประเทศในโลก ที่ทำให้ญี่ปุ่นประสบกับภาวะแผ่นดินไหวเช่นนี้เพราะ ประเทศญี่ปุ่นมีสภาพภูมิศาสตร์ตั้งอยู่บนวงแหวนแห่งไฟแปซิฟิกซึ่งมีรอยเลื่อนต่างๆ มากมาย
ประเทศญี่ปุ่นสามารถแบ่งเขตของภูมิอากาศได้ 6 เขต คือ
ฮอกไกโด: เหนือสุดของประเทศ มีสภาพอากาศที่หนาวเย็นตลอดทั้งปี
ทะเลญี่ปุ่น: ตั้งอยู่ชายฝั่งทะเลทางฝากตะวันตกของญี่ปุ่น ในช่วงฤดูหนาวมีหิมะตกมาก และในข่วงฤดูร้อนอากาศจะเย็นกว่าฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก
ที่สูงตอนกลาง: อุณหภูมิระหว่างฤดูและกลางวันกลางคืนมีความแตกต่างมาก
ทะเลเซะโตะ: มีอากาศชื้นตลอดทั้งปี
ชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิก: ตั้งอยู่ชายฝั่งมหาสมุทรทางตะวันออกของประเทศ ในฤดูหนาวมีอากาศที่หนาวเย็นแต่ไม่ค่อยมีหิมะตก ในฤดูร้อนมีอากาศร้อนและชื้น
หมู่เกาะตะวันตกเฉียงใต้: หมู่เกาะริวกิวมีอุณหภูมิกึ่งเขตร้อน คืออุ่นในฤดูหนาวและร้อนในฤดูร้อน มีฝนตกมากและมีไต้ฝุ่นผ่านมาในช่วงเปลี่ยนฤดูฤดูฝนหลักเริ่มต้นขึ้นในต้นเดือนพฤษภาคมที่โอะกินะวะ และจึงค่อยๆไต่ขึ้นไปจนถึงฮอกไกโดในปลายเดือนกรกฎาคม บนเกาะฮอนชูฤดูฝนจะเริ่มในกลางเดือนของเดือนมิถุนายน มีระยะเวลาประมาณเดือนครึ่ง ส่วนอีกช่วงที่มีฝนตกคือช่วงเปลี่ยนฤดูระหว่างฤดูใบไม้ผลิเป็นฤดูร้อน และฤดูร้อนเป็นฤดูใบไม้ร่วง
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ

กินซ่า (Ginza) เป็นย่านที่มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วโลกที่สุดของญี่ปุ่น รองจากโตเกียวและเกียวโต กินซ่า มาจากคำว่าเงิน แปลว่าเงิน ในสมัยโบราณญี่ปุ่นใช้เหรียญ 3 ชนิด คือเหรียญเงิน,ทอง และทองแดง ต่อมาโชกุนโทกุงาวะ อิเอยะสุได้ยุบเหลือเพียงชนิดเดียวคือเหรียญเงิน ในปี 1612 เขาได้ย้ายโรงกษาปณ์ของทางการจากชนบทมาอยู่ที่กินซ่าอีกยี่สิบปีต่อมา โรงกษาปณ์ได้ย้ายไปอยู่แถวนิฮมบาชิ แต่ย่านนี้ก็ยังคงเรียกขานว่ากินซ่าจนทุกวันนี้ชูโอโดริ บางทีเรียกกันว่าถนนกินซ่าโดริ เป็นถนนสำคัญหนึ่งในสองสายที่ตัดผ่านกินซ่าอยู่สองสามช่วงตึก ผ่าย่านนี้ออกจากนิฮมบาชิและยาเอสุ ชูโอโดริเป็นอนุสรณ์สำหรับที่ตั้งกินซ่าเดิม ถัดไปเบื้องล่างเป็นถนนสายกว้าง สองฟากล้นหลามด้วยห้องเสื้อทันสมัย แกลเลอรี่ศิลปะและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เช่น มัตสึยะ กินซ่า 4 โจเมะ เป็นย่านของคนคลั่งชอปปิ้ง โดยจุดนัดพบยอดนิยมของผู้คนอยู่หน้าตึกโซนี่ ข้างในอาคารมีสินค้าอิเล็กทรอนิกส์รุ่นล่าสุด และโชว์รูมโตโยต้า หากเดินซอกแซกตามตรอกซอยทางตะวันตกเฉียงใต้ของถนนฮารูมิโดริคุณจะพบ แกลเลอรี่ศิลปะมากมาย ซึ่งขายงานระดับคุณภาพ
          กินซ่าเป็นย่านร้านค้าที่เป็นแหล่งรวมสินค้าที่หรูหราและราคาแพงที่สุดของญี่ปุ่น ที่ดินบริเวณเขตกินซ่ามีราคาแพงที่สุดในโลก บนถนนในย่านนี้จะประกอบด้วยร้านบูติค บาร์ ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหาร
คุมาโมโตะ (Kumamoto) เมืองปราสาทใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณศูนย์กลางของเกาะคิวชู มีปราสาทคุมาโมโตะเป็นสัญลักษณ์สำคัญของเมือง หนึ่งในสามปราสาทที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น สร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 1607 โดยคาโตะ คิโยมาสะ (Kato Kiyomasa) อดีตแม่ทัพซึ่งต่อมาได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นไดเมียวปกครองเมืองคุมาโมโตะ ปราสาทคุมาโมโตะ
เมืองนิกโก้ เมืองเล็ก ๆ ที่มี วนอุทยานแห่งชาตินิกโก้ และเป็นที่ที่มีชื่อเสียงในเรื่องของการตบแต่งศาลเจ้า ให้มีความวิจิตรตระการตา ซึ่งจะเรียกกันว่า "ศาลเจ้าแบบโทโชกุ" เมืองนิกโก้ยังเป็นสุสาน ที่ฝังศพของ "โทกุงาวะ อิเอะยาสุ" ซึ่งเป็นต้นตระกูลโทกุงาวะเอาไว้ และยังได้ชื่อว่าเป็น ศูนย์กลางของศาสนาพุทธและชินโต มาหลายศตวรรษ
น้ำตกเคกอน  น้ำตกที่มีความสูงถึง 100 เมตร ไหลมาจากน้ำในทะเลสาบชูเซนจิ ซึ่งถือ ว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น ท่านสามารถชมความงามในระยะใกล้โดยใช้ลิฟท์ลงสู่หุบเขาเบื้องล่าง สู่ ทะเลสาบชูเซนจิ ซึ่งเป็นการก่อตัวจากหินละลายซึ่งระเบิดมาจากภูเขาไฟนันไต ปัจจุบันป็นที่ตั้งของสถานที่พักตากอากาศมากมาย และยังเป็นแหล่งน้ำสำคัญของน้ำตกเคกอนอีกด้วย


ศาลเจ้าโทโชกุ สถาปัตยกรรมชั้นเยี่ยมของช่างฝีมือที่หาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน ซึ่งเป็นการผสานสถาปัตยกรรมระหว่างพุทธและชินโต สร้างโดยโชกุนรุ่นที่ 3 ของตระกูลอิเอะยาสุ ภายในมีงานประติมากรรมที่เต็มไปด้วยอารมณ์และจินตนาการอย่างมากมาย เช่น มังกร 100 หัว , แมวนอนหลับ , ลิงสามตัว และมังกรหัวเราะ
เอโดะ วันเดอร์แลนด์ เมืองจำลองที่เป็นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ที่ท่านจะได้สัมผัสกับขนบธรรมเนียม วัฒนธรรม และการดำรงชีวิตของคนในอดีต รวมทั้งยังมีบ้านแบบนินจา ซึ่งท่านจะได้ชม ห้องกลไก เส้นทางลับภายในตัวบ้าน และ ห้องที่ใช้เก็บอาวุธของนินจาที่มีรูปร่างแปลก ๆ มากมาย
เมืองฟุคุชิม่า เมืองที่ขึ้นชื่อในเรื่องของผลไม้และขนานนามว่าเป็น " จักรวรรดิแห่งผลไม้ " (Fruit Kingdom) ชมสวนผลไม้ .. เพื่อให้ท่านได้ลิ้มรสผลไม้จากต้น เด็ดกันจากขั้วเลือกกินเลือกทานกันตามอัธยาศัย ให้เต็มที่กับการมาเยือน ( ผลไม้ที่ให้ท่านรับประทานนั้น จะเป็นไปตามฤดูกาลของเมืองแห่งนี้..)
เมืองเซนได  เมืองที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคโทโฮะขุ และมีประชากรราวๆ 1 ล้านคน บริเวณตัวเมือง แวดล้อมไปด้วย กำแพงปราสาท และ ต้นไม้ จนได้ชื่อว่าเป็น City of Trees
เมืองฮิราอิซูมิ ซึ่งเป็นเมืองขึ้นของตระกูลฟูจิวาระ เมื่อครั้งอดีต (อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของ เมืองอิวาเตะ) และเป็นคู่แข่งกับเมืองเกียวโต ในด้านวัฒนธรรม การเมือง และ การค้า ในช่วงศตวรรษที่ 12 แต่ว่าในปี 1189 เมืองแห่งนี้ก็ได้ถูกทำลายลง โดย มินาโม๊ต โยริโตโมะ โดยปัจจุบันนี้ แม้ว่าเมืองจะไม่กลับมารุ่งโรจน์เหมือนอย่างเคย แต่ที่นี่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของโทโฮะขุไว้ให้เห็นหลายอย่างซึ่งเป็นเหตุให้ในปี 2008 เมืองนี้จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น "มรดกโลก"
วัดชูซอนจิ ที่สร้างขึ้นในปี 850 .. เป็นวัดนิกายเทนได (นิกายที่มาจากประเทศจีน) โดยบริเวณที่กว้างขวางของวัดแห่งนี้ เคยมีอาคารกว่า 300 หลังแต่ทว่าส่วนใหญ่ถูกทำลายลงในช่วงสงคราม และ เกิดไฟไหม้บ่อยครั้ง จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือ คอนจิคิโดะ ( Golden Hall ) ซึ่งมีส่วนที่คล้ายกับ ศาลา ทองคินคะคุจิ ของเมืองเกียวโตเพราะเป็น อาคารที่หุ้มด้วยทอง เหมือนๆกัน เพียงแต่ว่า ศาลาทองอันนี้จะถูกเก็บรักษาไว้ในห้องโถงขนาดใหญ่ แทนที่จะอยู่กลางแจ้งเหมือนกับ ศาลาทองคินคะคุจิ นั่นเอง
วัดโมสึจิ สร้างขึ้นใน เวลาเดียวกับที่สร้าง วัดชูซอนจิ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดที่มีอาณาบริเวณใหญ่ที่สุดในยุคโรจน์ของ เมืองฮิราอิซุมิ เลยทีเดียว ส่วนจุดเด่นของวัด อยู่ที่การจัดแต่งสวน เพราะสวนของที่นี่จัดได้ว่า เป็น 1 ในสวนที่จัดแต่งในแบบคำสอนของพระพุทธเจ้า เกี่ยวกับ สวรรค์หรือ ดินแดนสุขาวดี นั่นเอง ซึ่งสวนแบบนี้จะนิยมมากในสมัยเฮย์อัน ( ช่วงปี 794 - 1185 )
เมืองมัตสึชิม่า เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 เมืองที่มีทัศนียภาพอันงดงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น (อีก 2 เมือง ได้แก่ เกาะมิยาจิม่า ในเมืองฮิโรชิม่า กับ อามาโนะ ฮาชิดาเทะ ในเมืองเกียวโต )
เมืองซาโอะ เมืองที่ตั้งอยู่ทางใต้ของแนวเทือกเขาโออุ ชม พิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาโคเคชิ ซึ่งเป็นที่รวบรวมตุ๊กตาโคเคชิ ของขึ้นชื่อของภูมิภาคโทโฮะขุ เอาไว้มากมาย โดยลักษณะของตุ๊กตาโคเคชิ นั้นจะมี หัว และ ลำตัว เท่านั้น แขน และ ขา ไม่มี




เที่ยวประเทศเวียดนาม



ประเทศเวียดนาม มีรูปร่างคล้ายตัว S ทอดตัวยาวเหยียดไปตามแหลมอินโดจีน ด้านตะวันออกติดทะเลจีนใต้ ด้านเหนือติดจีน ด้านตะวันตกติดลาว และกัมพูชา สามในสี่ของพื้นที่เป็นภูเขาและป่า ครอบคลุมทะเล ไหล่ทวีป และหมู่เกาะนับพันเกาะจากอ่าวตังเกี๋ยจรดอ่าวไทย รวมทั้งหมู่เกาะสแปรตลีและพาราเซลที่จีนและประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หลายประเทศแย่งกันอ้างกรรมสิทธิ์ สาเหตุเป็นเพราะมีแหล่งน้ำมันใต้ดินที่อุดมสมบูรณ์
อาณาเขตเวียดนาม เวียดนามมีพื้นที่ประมาณ 327,500 ตารางกิโลเมตร ความยาวจากเหนือจรดใต้ 1,650 กิโลเมตร ขนานไปตามแนวยาวของคาบสมุทรอินโดจีน นอกจากนี้ยังมีไหล่เขาและหมู่เกาะต่างๆ อีกนับพันเกาะเรียงรายตั้งแต่อ่าวตังเกี๋ยไปจนถึงอ่าวไทย มีประชากรประมาณ 81.4 ล้านคน
ทิศเหนือ ติดกับ ประเทศจีน
ทิศใต้ ติดกับทะเลจีนใต้
ทิศตะวันออก ติดกับ อ่าวตังเกี๋ยและทะเลจีนใต้
ทิศตะวันตก ติดกับอ่าวไทย ประเทศกัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เวียดนาม ประเทศเวียดนาม มีรูปร่างคล้ายตัว S ความยาวจากเหนือจรดใต้ 1,650 กิโลเมตร เนื่องจากประเทศเวียดนามมีความยาว ทำให้ลักษณะภูมิประเทศและอากาศแตกต่างกัน
ชุดประจำชาติ ชุดประจำชาติเวียดนาม หรือ ชุด Ao dai นี้ (อ่านว่า อาว หญ่าย) แปลว่า "ชุด ยาว" ซึ่งสำเนียงนี้เป็นสำเนียงของภาคเหนือ ส่วนภาคใต้จะออกเสียงสั้น ๆ ว่า "อ่าว ซ่าย" ซึ่งส่วนมากแล้วในอดีตคนในภาคเหนือของประเทศเวียดนามจะนิยมใส่มากกว่าภาคใต้ นอกจากจะนิยมใช้กันในเมืองใหญ่ ๆ แล้ว ตามชนบทก็เป็นที่นิยมด้วย เนื่องจากเป็นชุดที่ใส่แล้วสบาย เพราะเนื้อผ้า ค่อนข้างละเอียด คนที่ดูมีอายุหน่อยมักจะใส่ชุดอ่าว หญ่ายนี้ โดยเลือกที่จะใส่ชุดสีเข้ม ๆ มีเนื้อผ้าที่มีราคา เช่น ผ้าสีดำ หรือ สีน้ำเงินเข้ม
หมวกเวียดนาม สาวเวียดนาม ที่มีเสน่ห์จากหมวกเช่นเดียวกัน แต่หมวกเหล่านั้นมีเอกลักษณ์ ไม่เหมือนชนชาติอื่นๆ ยังใช้ประโยชน์ได้มากมายอีกด้วย เป็นหมวกใบจาก ที่มีไม่เหมือนใคร เรียกว่า Non la ( น๊อน ล้า)
เมืองสำคัญ เมืองสำคัญทางภาคเหนือ ได้แก่ ฮานอย (Ha Noi) เมืองหลวง เป็นศูนย์กลางการบริหารประเทศและเป็นศูนย์กลางธุรกิจการค้าทางภาคเหนือ ไฮฟอง (Hai Phong) เป็นเมืองท่าสำคัญในภาคเหนือมีท่าเรือสำคัญคือ Hai Phong Port และมีสนามบิน Cat Bi Airport มีอ่าวฮาลองเป็นสถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวมี หินปูน,ถ้ำเสาไม้,เกาะกัดบา,เกาะเหล่านี้มักจะได้รับการตั้งชื่อจากรูปร่างลักษณะที่แปลกตา เช่น เกาะช้าง (Voi Islet) เกาะไก่ชน (Ga Choi Islet) เกาะหลังคา (Mai Nha Islet)  องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนเขตเมืองเก่าของฮอยอันให้เป็นมรดกโลก ด้วยเหตุผลว่าเป็นตัวอย่างของเมืองท่าในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในสมัยคริสต์ศตวรรษที่ 15 -19 ที่มีการผสมผสานศิลปะและสถาปัตยกรรมทั้งของท้องถิ่นและของต่างชาติไว้ได้อย่างมีเอกลักษณ์ และอาคารต่างๆภายในเมืองได้รับการอนุรักษ์ให้อยู่ในสภาพเดิมไว้ได้เป็นอย่างดี
ทุกวันนี้ ฮอยอัน ยังคงเป็นเมืองขนาดเล็กเช่นเดิม แต่ก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยือนเป็นจำนวนมาก ผู้มาเยือนมักมาเยี่ยมชมร้านค้าขายผลงานทาง ศิลปะและหัตถกรรม ริมฝั่งแม่น้ำมีอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ บาร์ และร้านอาหารเปิดเรียงรายอยู่มากมายซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้าใช้บริการ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวตะวันตกที่มีอยู่มากมาย
 

ข้อควรทราบก่อนเดินทาง
การเข้า-ออก ประเทศ
สนามบินระหว่างประเทศที่ กรุงฮานอย มีชื่อว่า "นอยไบ" ผู้ถือหนังสือเดินทางไทย ไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา (ขอ VISA) โดยสามารถอยู่ได้ไม่เกิน 30 วัน
ขั้นตอนการเข้าประเทศ ยื่นใบสำแดงภาษีศุลกากร (สีเหลือง) สำหรับสัมภาระที่นำติดตัวมา และเก็บสำเนาไว้สำหรับการเดินทางออกจากเวียดนาม ห้ามทำแบบฟอร์มสีเหลืองหาย โดยเด็ดขาด
ขั้นตอนการออกจากประเทศ ยื่นในสำแดงภาษีศุลกากร (สีเหลือง) สำหรับสัมภาระ และชำระค่าภาษีท่าอากาศยานฯ คนละ 14 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 224,000 ด่องเวียดนาม ชาวต่างชาติต้องถือหนังสือเดินทางติดตัวตลอดเวลา ควรถ่ายเอกสารหนังสือเดินทาง บัตรเครดิต และเอกสารสำคัญ เก็บไว้ต่างหากจากต้นฉบับ โรงแรมที่พักจะขอให้แขกต่างชาติแสดงหนังสือเดินทางเพื่อการลงทะเบียน และแจ้งทางการตำรวจที่เกี่ยวข้อง
ศุลกากร
-
สามารถนำเงินตราต่างประเทศเข้าเวียดนามได้ไม่เกิน 7,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ นำเข้าบุหรี่ได้ไม่เกิน 200 มวน และแอลกอฮอล์ไม่เกิน 2 ลิตร
-
เวียดนาม มีกฎหมายห้ามนำเข้าหนังสือที่มีข้อความต่อต้านรัฐบาล สื่อลามาอนาจาร อาวุธปืน และห้ามนำออกวัตถุโบราณจากเวียดนาม ไม้ท่อน ไม้ซุง ไม้สัก รวมถึงไม้แปรรูปและหวาย สัตว์ป่า สัตว์ และพันธุ์ไม้ที่มีค่าและหายาก
-
ห้ามนำเข้า อาวุธ วัตถุระเบิด อุปกรณ์ทางการทหาร ยาเสพติด สารเคมี ประทัด ดอกไม้ไฟ วีดีโอเทป สิ่งที่ทำให้เสื่อมเสียศีลธรรมและเป็นภัยต่อการเมืองและความมั่นคง สื่อลามกอนาจาร
 การเดินทาง อัตราแลกเปลี่ยน
- รถแท็กซี่ของสนามบินจากสนามบิน นอยไบ ถึงใจกลางกรุงฮานอยคิดอัตราประมาณ 10-12 ดอลลาร์สหรัฐฯ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40-45 นาที
-
แท็กซี่ในกรุงฮานอยส่วนใหญ่เป็นแท็กซี่มิเตอร์ คิดอัตราเริ่มต้นที่ 13,000 ด่อง และมีบริการรถจักรยานยนต์อยู่ทั่วไป
-
การขับขี่พาหนะและการข้ามถนนในกรุงฮานอยต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากระบบการจราจรยังอยู่ระหว่างการพัฒนา
-
อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐฯ แลกได้ประมาณ 15,800 ด่อง (ณ พ.ย. 2548)

ข้อห้าม (เฉพาะใน นครโฮจิมินท์ และเวียนนามตอนใต้)
- ควรนำสิ่งของมีค่าติดตัวไปให้น้อยชิ้นที่สุด และนำเงินติดตัวไปเฉพาะเท่าที่จำเป็น เนื่องจากอาชญากรรม มักมาในรูปแบบของเด็ก หรือหญิงอุ้มลูกเข้ามาขอทาน หรือซ้อนจักรยานยนต์หาเหยื่อโดยการกระชากกระเป๋าถือ ปากกา แว่นตา นาฬิกา และกล้องถ่ายรูป
-
หลีกเลี่ยงการโดยสารรถสามล้อในเวลากลางคืน แท็กซี่จะปลอดภัยกว่า แม้วว่าจะมีการวิ่งออกนอกเส้นทางเพื่อเพิ่มค่ามิเตอร์บ้างก็ตาม
-
ควรใช้ความระมัดระวังในการข้ามถนนให้มาก
-
เวียดนามไม่อนุญาติให้ถ่ายภาพอาคารที่ทำการต่างๆ ของรัฐ
-
หากนำเงินไปมากกว่า 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ จะต้องแจ้งศุลกากรเวียดนาม และหากนำเงินออกมากกว่า 7,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต้องได้รับอนุญาติจากธนาคารกลางในระดับท้องถิ่นหรือธนาคารแห่งชาติก่อน มิฉะนั้น จะถูก ยึดเงิน ได้
-
บทลงโทษค่อนข้างหนัก โดยเฉพาะในคดีค้ายาเสพติด การฉ้อโกงหน่วยงานของรัฐ มีบทลงโทษถึงประหารชีวิต
อาหารและน้ำดื่ม กรุงฮานอยมีตลาดสดหลายแห่ง ซึ่งสามารถหาซื้อเนื้อสัตว์อาหารทะเล ผักและผลไม้สดได้ทุกวันที่คล้ายกับในเมืองไทย มี supermarket & mini mart อยู่หลายแห่ง ซึ่งสามารถซื้อเครื่องกระป๋อง และผลิตภัณฑ์จากต่างประเทศ เครื่องปรุงอาหารไทยส่วนใหญ่สามารถหาได้ในกรุงฮานอย หรือประยุกต์จากผลิตภัณฑ์ที่นำเข้าจากประเทศอื่น การบริโภคอาหารและน้ำดื่มต้องระมัดระวัง ควรซื้อน้ำดื่มที่บรรจุเป็นขวดหรือกรองน้ำแล้วต้มก่อนจะบริโภค อาหารประเภทผักผลไม้ต้องล้างให้สะอาดก่อน 

แหล่งท่องเที่ยว
สุสานโฮจิมินห์ เป็นอาคารสุสานสร้างด้วยหินอ่อนและหินแกรนิต ตั้งอยู่กรุงฮานอย ศพของประธานาธิบดีโฮจิมินห์ได้รับการรักษาไว้ให้อยู่ในสภาพเดิม ซึ่งเป็นความลับทางการแพทย์ของรัสเซีย
สงครามเวียดนาม พิพิธภัณฑ์ทหาร สงครามเวียดนาม (ค.ศ. 1957-1975) เป็นสงครามระหว่างเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้ สงครามเวียดนามจบลงด้วยชัยชนะของเวียดนามเหนือและรวมประเทศเวียดนามทั้งสองเข้าด้วยกัน



หุ่นกระบอกน้ำ การแสดงหุ่นกระบอกน้ำเริ่มต้นบริเวณปากแม่น้ำโขง จากการที่บริเวณนี้มีน้ำท่วมทุกปีจึงให้เกิดแรงบันดาลใจให้คิดค้นการละเล่น เพื่อสร้างความบันเทิงระหว่างที่น้ำท่วมเป็นเวลานาน
ภาษาเวียดนาม ฝึกพูดภาษาเวียดนาม ภาษาเวียดนามจัดอยู่ในสาขาเหวียด-เหมื่อง ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งในตระกูลภาษามอญ-เขมร ภาษาเวียดนาม ซิน จ่าว : สวัสดี, กาม เอิน : ขอบคุณ, อัน เอียว เอ็ม : ฉันรักเธอ

ของฝากเวียดนาม เวียดนามมีของฝากมากมายให้เลือกซื้อ ตั้งแต่ของชิ้นเล็กๆ ตุ๊กตา เสื้อผ้า กระเป๋าเดินทาง รูปภาพงานศิลปะต่างๆ ของฝากเวียดนามราคาจะถูกมากและมีสีสันสวยงาม




อาหารเวียดนาม มีลักษณะเด่นคือมีผักสดนานาชนิดแนมมากับอาหารทุกจาน อาหารเวียดนามที่คนไทยรู้จักกันดีคือ เฝอ และ แหนมเนือง
โรงแรมเวียดนาม ที่พักเวียดนาม โรงแรมเวียดนามมีหลายระดับ ตั้งแต่แบบไม่มีดาวจนถึง 5 ดาว ด้วยความที่เป็นเมืองท่องเที่ยว เวียดนามจึงมีโรงแรมให้เลือกพักหลายรูปแบบ